“Less is more” ถือเป็นวลียอดฮิตที่หลาย ๆ คนมักจะคุ้นหูกันดี แนวคิดนี้ถูกประกาศโดยสถาปนิกแนวโมเดิร์นนิสต์ชื่อ Ludwig Mies van der Rohe เดิมทีก่อนยุคโมเดิร์น สถาปัตยกรรม มักมีการตกแต่งที่อลังการ และใช้องค์ประกอบที่ฟุ่มเฟือย อาทิเช่น เสาในยุค Greek & Roman ที่จะใช้สื่อถึงเทพเจ้าในยุคนั้นๆ หรือจะเป็น สถาปัตยกรรมในยุค Baroque ที่สถาปัตยกรรมส่วนใหญ่จะมีแรงบันดาลใจมาจาก งานศิลป์หรือรูปปั้น ซึ่งทำให้ Form ของอาคารมีความอลังการ “Less is more” เป็นแนวทางที่เน้นถึงความเรียบง่าย ความ Minimal เนื่องจากยุคของ Modernism เป็นยุคที่เกิดหลังช่วงสงครามโลก ดั่งนั้นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค้ามากที่สุดจึงถือเป็นสิ่งสำคัญ การลดทอนองค์ประกอบที่ไม่สำคัญลงจากสถาปัตยกรรมยุคก่อนๆ และการใช้เส้นสายในการออกแบบที่สะอาดสบายตาจึงเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมในยุคโมเดิร์น

จุดเด่นของการออกแบบสถาปัตยกรรมตามวลี “Less is more” ได้แก่ การออกแบบที่มีองค์ประกอบที่น้อยลงซึ่งสามารถนำไปสู่ข้อความที่ชัดเจนและเป็นความเป็นเอกภาพที่มากขึ้น มองแล้วเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น การลดทอนการตกแต่งขององค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม (Ornamentation) ซึ่งสามารถนำไปสู่การโฟกัสในประเด็นที่สำคัญจริง ๆ การออกแบบสถาปัตยกรรมแบบ Minimal ตามแนวคิด “Less is more” มักเน้นเส้นสายที่สะอาด พื้นที่เปิดโล่ง และความสวยงามที่มาจาก Function ที่ใช้งานได้จริง การออกแบบ Built-in furniture ก็จะมีความเรียบง่ายดูสะอาดสบายตาเช่นเดียวกัน “Less is more” ยังเป็นแนวคิดที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แนวคิดนี้ยังเน้นการคำนึงถึงความสามารถในออกแบบที่ลดขยะจากการก่อสร้าง และการใช้ทรัพยากรที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณในการก่อสร้าง และยังลดผลกระทบต่อระแบบนิเวศได้ในเวลาเดียวกัน โดยตัวอย่างสถาปัตยกรรมของ Ludwig Mies van der Rohe ที่ประยุกต์แนวคิดแบบ “Less is more” และประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงได้แก่ the Barcelona Pavilion และ the Seagram Building



